“ผ้าย้อมคราม” หลากเรื่องราวใต้สีเข้มขรึม

September 16, 2019

    

 ที่มาของภาพ : https://readthecloud.co/porlaewdee-manncraft/

 

“ผ้าย้อมคราม” หลากเรื่องราวใต้สีเข้มขรึม

                ทุกวันนี้วิถีพื้นถิ่นและอัตลักษณ์ความเป็นไทยถูกหยิบยกมาใช้ในการดำรงชีวิตมากขึ้น รวมไปถึงหนึ่งในปัจจัยสี่หมวดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ที่คนไทยเริ่มไฝ่หาชิ้นงานจากธรรมชาติมาสวมใส่ ซึ่ง “ผ้าย้อมคราม” ก็คือหนึ่งในความนิยมของคนยุคนี้ เพราะนอกจากความสวยงามแล้ว ภายใต้เส้นใยสีเข้มขรึมของผ้าย้อมครามนั้น ยังมีเรื่องราวมากมายอัดแน่นซุกซ่อนอยู่

สีคราม สีน้ำเงิน หรือ สีนิล?

                คำว่า “คราม” มีความหมายหลายทาง ทั้งแปลว่า บ้านที่อยู่อาศัย ก็ได้ เช่น คำว่า ราชคราม แต่ถ้าจะให้เนื่องนำกับบทความ ก็ต้องแปลว่า คราม คือ ต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่ใช้ใบและต้นมาทำเป็นสี “น้ำเงิน”ว่าไป จริงๆ ควรเรียกว่า “สีคราม” น่าจะชัดเจนกว่า  เพราะมีข้อมูลจากนิตยสารสารคดี ฉบับ พฤศจิกายน ปี 2014 ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “ตามหาสีไทยจากครูช่างโบราณถึงงานดีไซน์ไทยๆ”  ได้อ้างถึง บันทึกลายพระหัตถ์ของ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ศิลปินคนสำคัญในยุครัชกาลที่ 5 พิมพ์รวมไว้ในหนังสือชุด สาส์นสมเด็จ ระบุว่า “สีน้ำเงิน” ดั้งเดิมนั้น หมายถึง สีของเงินที่หลอมลาย เป็นสีที่อ่อนกว่าสีฟ้า  ส่วนที่ปัจจุบันเรียกสีน้ำเงินนั้น โบราณ จะเรียกว่า สี “มอคราม” ขณะที่ชาวผู้ไท ในอีสาน ซึ่งเป็นหนึ่งในชนเผ่าที่ย้อมผ้าด้วยครามมายาวนาน จะเรียกสีครามว่า “สีนิล” ซึ่งตรงกับภาษาสันสกฤต

ในหนังสือ คู่มือมาตรฐานการใช้งานอัตลักษณ์ มหาวิทยาลัยศิลปกร ได้กำหนดสีโทนไทย เพื่อเป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งกำหนดว่า สีคราม คือสีประจำคณะศึกษาศาสตร์ ระบุแพนโทนสีในระบบสีเพื่อการพิมพ์ว่า สีคราม ประกอบด้วย C 100 M 80 Y 40 และ K 20 (ระบบสีในการพิมพ์ประกอบด้วยการรวมตัวของสีหลัก 4 สี ได้แก่ Cyan Magenta Yellow และ Black

ครามในประเทศไทย

 

 ที่มาภาพ:http://www.lemurvegetal.com/indigofera-himalayensis-silk-road-boutique-634.html

 

 

                วารสารไทยศึกษา ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 สิงหาคม 2557 ระบุว่า มีหลักฐานว่าต้นคราม มีถิ่นกำเนิดจากอินเดีย แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ทว่าแต่เดิม สีครามที่สกัดแล้ว จะถูกนำเข้าจากอินเดีย ซึ่งชาวอินเดียนั้นนอกจากจะใช้ต้นครามทำสีย้อมผ้าแล้ว ยังใช้ต้นและรากของครามในทางการแพทย์อีกด้วย ขณะที่หลักฐานของครามในไทย ที่เก่าแก่ที่สุด ปราฏในศิลาจารึกวัดช้างล้อม หลักที่ 106 สมัยสุโขทัย ซึ่งได้พรรณาถึงสีของพระธาตุ ว่า “...ใสงามดังผลึกรัตนแก้วเขียวในกลาง ดังผ้าอันท่านชุบครามครั้น” 

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงเรื่องเครื่องนุ่งห่มที่ปรากฏใน “ประถม ก กา หัดอ่าน” (ไม่ระบุผู้แต่ง สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงรัตนโกสินท์ยุค ร.5) หมวดแม่ “กม” ว่า “เรื่องความนี้นานกม ชื่อว่ายาขม น้ำนมน้ำต้มส้มมะขาม ขุนนางหนุ่มๆนุ่งปูมดูงาม ห่มผ้าย้อมคราม ไปถามข้อความตามธรรมเนียม” อย่างไรก็ดี ผ้าย้อมคราม ยังเป็นสิ่งสำคัญหนึ่งในวัฒนธรรมการแต่งกายของชนเผ่า โดยเฉพาะชนเผ่าผู้ไทย ในภาคอีสาน

 

ที่มาของภาพ:https://medthai.com/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1/

 

 

คราม ไม่ใช่ “ห้อม” และ ห้อม ก็ไม่ใช่ “คราม”

                 พืชที่ให้สีครามและนำมาย้อมผ้านั้น หลักๆแล้วมี 2 ชนิด คือ ต้นคราม และ ต้นห้อม สองต้นนี้เป็นพืชคนละชนิดกัน เพราะ ต้นห้อม (ฮ่อม) เป็นพืชสกุล Baphicacanthus วงศ์ ACANTHACEA เกิดมากตามริมแม่น้ำทางภาคเหนือ นิยมนำมาใช้ทำสีย้อมผ้าและตัดเสื้อที่เราเรียกว่า “เสื้อม่อฮ่อม” เป็นสินค้าโด่งดังทางจังหวัด แพร่ ขณะที่ ต้นคราม  เป็นพืชสกุล Indigofera วงศ์ PAPILIONACEAE เป็นพืชที่เพาะปลูกได้ในดินที่ระบายน้ำดี มีมากในแถบภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัด สกลนคร ถือว่าเป็นแหล่งผลิตต้นครามแหล่งใหญ่ รวมไปถึงผ้าย้อมครามอันเลื่องชื่ออีกด้วย ซึ่งปัจจุบัน ต้นห้อมทางภาคเหนือลดจำนวนลงมากไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ จึงได้สั่งต้นครามจากภาคอีสานเพื่อนำไปทำสีย้อมแทนต้นห้อม

                ต้นครามยังมีสรรพคุณทางการแพทย์ โดยสารานุกรมสมุนไพร โดย วุฒิ วุฒิธรรมเวช ระบุว่า ใบต้นคราม มีรสฝาดเบื่อ ดับพิษ แก้ไข้ตัวร้อน แก้หวัด แก้ปวดศีรษะ อีกด้วย

กว่าจะได้ผ้าย้อมคราม

                ขั้นตอนการทำผ้าย้อมครามนั้นสลับซับซ้อน เกินกว่าจะเล่าให้จบใน 1-2 หน้ากระดาษได้ แต่ผู้เขียนจะขอสรุปคร่าวๆ พอสังเขปเพื่อให้ผู้อ่านทุกคนได้เข้าใจ โดยอาศัยข้อมูลจาก งานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลับเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เป็นหลัก โดยสรุปความเรื่องการย้อมเส้นใยด้วยครามได้ว่า

ต้นครามที่นิยมนำมาปลูกเพื่อสกัดสีทำผ้าย้อมคราม ในจังหวัดสกลนคร มีสองชนิดคือ ครามฝักตรง และครามฝักงอ ครามที่ปลูกได้อายุราว 3 เดือน และเริ่มออกดอก จะเป็นสัญญาณว่าพร้อมแล้วที่จะถูกนำไปใช้สกัดเป็นสีย้อม และเป็นช่วงอายุที่ให้ปริมาณสีมากที่สุด ผู้ย้อมครามจะเลือกเก็บต้นครามในช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะมีความเชื่อตามภูมิปัญญาว่า ใบครามที่ยังไม่ถูกแสงแดดจะมีความสดและให้สีสันดี